เปรียบเทียบระหว่างตู้อบยูวีกับการใช้แอลกอฮอล์เจลล้างอะไรดีกว่ากัน

หลายคนอาจรู้กันดีอยู่แล้วว่าปัจจุบันโลกใบนี้ของเรามีเชื้อโรคจำนวนมาก โดยเชื้อโรคแต่ละชนิดก็ล้วนแล้วแต่มีอานุภาพร้ายแรง อาจส่งผลให้เกิดอันตรายต่อลูกรักได้หากไม่มีการฆ่าเชื้อโรค อย่างไรก็ดีด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัยนั้น ได้ส่งผลให้เกิดเครื่องมือจำนวนมากสำหรับฆ่าเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นตู้อบยูวีหรือแอลกอฮอล์เจล หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรง ปลอดภัยและปลอดโรคต่างๆ คงกำลังคิดหนักใช่หรือไม่ว่าจะเลือกสิ่งใดให้ลูกดี ซึ่งการเลือกสองสิ่งสามารถเปรียบเทียบกันได้ ดังนี้  

ตู้อบยูวี 

1.สามารถฆ่าเชื้อโรคได้หลากหลาย 

สำหรับข้อดีของตู้อบ UV คือสามารถฆ่าเชื้อโรคได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเชื้อไข้หวัดธรรมดา เชื้อโควิด -19 หรือสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้สำหรับลูกน้อย นอกจากนี้ยังสามารถฆ่าเชื้อโรคได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลารอคอย ยิ่งเป็นของใช้ขนาดเล็กด้วยแล้ว แค่ใส่ในตู้อบ UV ก็สามารถฆ่าเชื้อโรคได้แบบสบายใจเลยทีเดียว ไม่ต้องนำไปซักหรือตากแดดกลางแจ้งให้ลำบาก 

2.เหมาะกับยุคที่ต้องการความประหยัด 

จริงอยู่ที่ว่าตู้อบ UV นั้นมีราคาแพง แต่หากว่าคุณนั้นต้องการประหยัดบประมาณในระยะยาวนั้น แนะนำว่าให้เลือกตู้อบ UV จะดีที่สุด เนื่องจากว่าตู้อบ UV คือการลงทุนครั้งเดียวแต่ใช้ได้นานๆ ไม่ต้องคอยซื้อหรือเปลี่ยนบ่อยๆ เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้อย่างยิ่ง  

แอลกอฮอล์เจลหรือแอลกอฮอล์น้ำ 

สำหรับแอลกอฮอล์เจลหรือแอลกอฮอล์น้ำมีข้อดีดังนี้ 

1.ฆ่าเชื้อโรคของชิ้นใหญ่ได้ 

สำหรับข้อดีของแอลกอฮอล์เจลคือสามารถฆ่าเชื้อโรคของชิ้นใหญ่ได้แบบไม่จำกัด หลายคนอาจจะเห็นข้อจำกัดของตู้อบยูวีว่าไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคของชิ้นใหญ่ๆ ได้ แต่หากเป็นแอลกอฮอล์เจลนั้น คุณสามารถนำมาเช็ดและทำความสะอาดได้ทั่วทุกตารางนิ้วเลยทีเดียว 

2.ไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคบางชนิดได้  

ข้อเสียของแอลกอฮอล์เจลคือไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคบางชนิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระดาษ หนังสือ หรือของจำพวกที่ไม่สามารถปล่อยให้เปียกได้นั่นเอง ซึ่งจุดนี้ถือเป็นข้อจำกัดสำหรับผู้ที่อยากฆ่าเชื้อโรคในหนังสือ สมุดนิทานของลูกน้อย 

3.เปลืองเงิน 

หากจะใช้แอลกอฮอล์เจลฆ่าเชื้อโรคของทุกชิ้น อาจจะต้องเปลืองเงินซื้อจำนวนมาก และยิ่งเป็นช่วงที่แอลกอฮอล์เจลราคาแพงด้วยแล้วอาจทำให้หลายคนเสียดายและไม่กล้าซื้อได้เลยทีเดียว 

สำหรับใครที่ต้องการให้การซื้อแอลกอฮอล์เจลและตู้อบยูวีนั้นเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ดูแลสุขภาพของลูกรัก ขอแนะนำว่าให้คุณนั้นเลือกอย่างถี่ถ้วน เพื่อตอบโจทย์การดูแลลูกน้อยให้สุขภาพแข็งแรง ไร้โรคภัยจนเติบโตเป็นเด็กที่น่ารักของคุณ 

Related Post

บุหรี่ไฟฟ้า

ทางเลือกใหม่ของบุหรี่ไฟฟ้า

อย่างที่ทราบกันดีว่า บุหรี่ไฟฟ้าถึงจะโปรโมทโฆษณาว่าดีนักดีหนา แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน ซึ่งบทความนี้เราจะมาพูดกันถึงข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้ากัน แต่อย่าเพิ่งตระหนกตกใจไป เพราะท้ายบทความเรามีทางเลือกใหม่ของบุหรี่ไฟฟ้ามาฝากด้วย แต่ทางเลือกใหม่ของบุหรี่ไฟฟ้าที่เรานำมาฝากนั้นจะเป็นอะไร ต้องตามมาดูกันเลย ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า : เสพติดสารนิโคตินเหลวในบุหรี่ไฟฟ้า มีอำนาจเสพติดสูงเทียบเท่าเฮโรอีน เฮโรอีนเป็นสารเสพติดที่มีผลต่อระบบประสาทของผู้เสพมาก เมื่อสูบมากๆ จะทำให้เส้นเลือดหดตัว ความดันโลหิตสูงขึ้น และเสี่ยงต่อโรคมะเร็งระบบทางเดินหายใจ ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า : ค่าใช้จ่ายเริ่มแรกสูงมาก บุหรี่ไฟฟ้าต้องมีอุปกรณ์สำหรับสูบโดยเฉพาะซึ่งมีราคาแพงมาก ส่วนมากจะอยู่ที่หลักพันบาทขึ้นไป ข้อเสียของบุหรี่ไฟฟ้า : เมื่อสูบบุหรี่ไฟฟ้าแรกๆ อาจมีอาการแสบคอ ในช่วงแรกที่สูบบุหรี่ไฟฟ้า ผู้สูบอาจรู้สึกแสบและระคายเคืองคอ แต่เมื่อสูบไปได้ประมาณ

ช่อดอกไม้

วิธีการเลือกช่อดอกไม้ ให้ผู้รับประทับใจไม่รู้ลืม

ดอกไม้ เป็นสิ่งของที่สวยงาม และคนก็นิยมนำมามอบให้กันและกันในโอกาสต่าง ซึ่งวัฒนธรรมการมอบดอกไม้ให้กัน มีมามากกว่า 5000 ปีมาแล้ว จนถึงในยุคนี้ การให้ ช่อดอกไม้ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้เพราะคนส่วนใหญ่ ล้วนแล้วแต่ชอบความสวยงามทั้งนั้น เป็นการสร้างความประทับใจให้กับผู้รับด้วย  อย่างไรก็ตามการจะมอบดอกไม้ให้ใครสักคน ถ้าหากคุณต้องการอยากให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และประทับใจคนรับที่สุด คุณต้องรู้ก่อนว่าจะเลือกแบบไหน ไม่ใช่ดอกไม้ทุกดอก จะได้ผลลัพธ์เหมือนกันเสมอไป และวันนี้เราก็มีไอเดียเกี่ยวกับการเลือกดอกไม้มาฝากทุกคนกัน มาดูว่าต้องเลือกอย่างไรบ้าง  เคล็ดลับการเลือกช่อดอกไม้ที่ควรรู้  1.เลือกจากความชอบ  อันดับแรกคุณจะต้องรู้ก่อนว่าคนที่คุณจะมอบดอกไม้ให้เขานั้น เขาชอบดอกไม้แบบไหน ไม่จำเป็นที่คุณจะต้องเข้าไปถามตรงๆ แค่สังเกตก็พอ เพื่อที่เวลาคุณนำไปมอบให้กับเขา คนรักเขาจะได้รู้สึกแปลกใจ และประทับใจกับดอกไม้ที่คุณให้ด้วย  2.เลือกจากความหมาย  ความหมายของดอกไม้แต่ละชนิด

ความ จำ เสื่อม

4 ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคความจำเสื่อม

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าโรคอัลไซเมอร์เป็นโรคที่กล้ำกรายคนไทยมานานหลายปี แต่ก่อนมักพบในคนสูงวัย ทว่าในปัจจุบันผู้ที่ป่วยโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์นั้นมีอายุน้อยลงเรื่อยๆ หากว่าใครที่ต้องการหาความรู้ในโรคนี้เพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ป่วยจนสายเกินแก้ นี่คือสาระความรู้ที่ไม่ควรพลาด โดยความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์นั้นมีดังต่อไปนี้  1.โรคอัลไซเมอร์หรือความจำเสื่อมมักเป็นอย่างกระทันหัน  หลายคนมักคิดไปว่าโรคนี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทั้งที่ความจริงแล้ว โรคความจำเสื่อมมีระยะเวลาในการก่อโรคราวๆ 15 ปีเลยทีเดียว โดยอาการเริ่มต้นคืออาการความจำแย่ลงทีละเล็กทีละน้อย ที่หลายคนมักมองข้ามอาการเหล่านี้ไป ทั้งที่แท้จริงอาการเหล่านี้คือสัญญาณบอกใบ้ให้คุณสามารถรักษาได้ทันท่วงที หากไม่ได้รับการรักษาอาการจะค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น  จนในที่สุดต้องกินยาตลอดชีวิต  2.โรคอัลไซเมอร์เกิดในคนแก่เท่านั้น  บางคนอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับโรคความจำเสื่อมอยู่บ้าง แต่กี่คนที่จะรู้ว่าโรคนี้สามารถเป็นได้ในคนที่อายุยังไม่มาก โดยมีผลการวิจัยมาแล้วว่าโรคนี้มักเกิดกับคนที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ดังนั้นหากคุณรู้สึกว่าตนเองกำลังหลงลืมอย่างผิดปกติ หรือมีแนวโน้มที่จะจำทิศทางไม่ได้ ควรรีบตรวจรักษาโดยเร็วจะดีที่สุด  3.การตรวจวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์ค่อนข้างเจ็บ  สิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนนั้นลังเลเมื่อจะตรวจโรคอัลไซเมอร์ก็เนื่องมาจากการกลัวว่าเวลาตรวจวินิจฉัยโรคอัลไซเมอร์จะทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บปวดนั่นเอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วโรคนี้สามารถตรวจวินิจฉัยได้โดยที่ผู้รับการตรวจไม่เจ็บปวดแต่อย่างใด โดยทางแพทย์จะมีเครื่อง PET Scan ซึ่งเป็นการตรวจคลื่นรังสีที่ผิดปกติของสมองนั่นเอง   4.การอ่านหนังสือไม่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์  อีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่าเป็นความเข้าใจผิดอย่างมากสำหรับคนทั่วไปก็คือคิดว่าการอ่านหนังสือนั้นไม่ช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ ทั้งที่ความจริงแล้วการอ่านหนังสือคือการลับสมองเป็นอย่างดี